กระผม พันเอก เอนก แสงสุก เป็นนายทหารฝ่ายเสนาธิการ
สังกัดกองบัญชาการทหารสูงสุด ในปีที่ทำเว็บไซต์นี้ (ปี 2548)
มีอายุ
48 ปี
ได้เคยปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายอำนวยการประจำตัวผู้บังคับบัญชาชั้นสูง
ของกองทัพไทยท่านหนึ่งเป็นเวลา 7 ปี ระหว่างปี 2531 - 2537
มีโอกาสได้ซึมซับวิธี คิด
เขียน พูด ของท่าน และมีโอกาสได้เห็น
การเขียนหนังสือของหลายหน่วยงานที่ย้ายติดตามท่านไป
ทั้งของกองทัพบกและกองบัญชาการทหารสูงสุด
เมื่อพ้นหน้าที่ฝ่ายอำนวยการประจำตัวแล้ว กระผมได้มาปฏิบัติหน้าที่
ฝ่ายอำนวยการประสานงานในหน่วยต่าง
ๆ ที่สำคัญคือ กรมยุทธการทหาร
หรือ ยก.ทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ หรือ สปท.
ในปี 2541 กระผมได้ย้ายจากกรมยุทธการทหาร ไปรับราชการที่
สปท. ซึ่งมีวิทยาลัยเสนาธิการทหาร หรือ วสท.สปท.
เป็นหน่วยขึ้นตรงหน่วยหนึ่ง วสท.สปท.
มีหน้าที่เปิดสอนหลักสูตร
เสนาธิการทหาร และ หลักสูตรฝ่ายอำนวยการของ บก.ทหารสูงสุด
ให้แก่กำลังพลของ บก.ทหารสูงสุด และเหล่าทัพ
โดยหลักสูตรฝ่ายอำนวยการฯ นั้น ใช้เวลาศึกษา 2 สัปดาห์
เน้นเรื่อง การร่างหนังสือ หรือทางทหารเรียกว่า
การเขียนข้อพิจารณาของฝ่ายอำนวยการ
ซึ่งโดยปกติ
วสท.สปท. จะขอรับการสนับสนุนวิทยากรจาก ยก.ทหาร มาเป็นผู้บรรยาย
บังเอิญในปี 2541 ที่กระผมย้ายไปรับราชการที่ สปท. นั้น
ยก.ทหาร ไม่สามารถจัดวิทยากรมาบรรยายในหลักสูตรดังกล่าวได้
วสท.สปท. จึงได้ขอร้องให้กระผมช่วยไปบรรยายแทน
ด้วยเห็นว่ากระผมเคยรับราชการใน ยก.ทหาร ซึ่งเป็นหน่วยหลัก
ที่กำหนดรูปแบบการเขียนข้อพิจารณาของฝ่ายอำนวยการที่ใช้ใน
บก.ทหารสูงสุด
กระผมจึงรับบรรยายแทนให้ในลักษณะการเล่าประสบการณ์ในการ
คิด เขียน พูด
ของตนเองให้ผู้รับการอบรมทราบ
เอกสารประกอบ
การบรรยายก็จัดทำเป็น Sheet เพียง 4 - 5
แผ่น ในปีต่อ
ๆ มา
และรุ่นต่อ ๆ มา
(ปีหนึ่งเปิด 2 รุ่น ๆ ละประมาณ 30
คน)
วสท.สปท. ก็ได้ขอให้กระผมไปช่วยบรรยายเรื่อยมา
กระผมจึงได้ปรับปรุงเอกสารประกอบการบรรยายมาเรื่อย
ๆ
ต่อมาในปี 2545 วสท.สปท. ได้ขอให้กระผมช่วยฝึก
ผู้รับการอบรมในการทำแบบฝึกหัดด้วยเป็นเวลา 7 วัน
กระผมได้นำเอกสารจริงมาใช้ในการฝึก ซึ่งในครั้งแรก ๆ
เมื่อฝึกจบแล้วก็แล้วกันไป ไม่ได้มีการรวบรวมเอกสารไว้
ต่อมากระผมได้ทราบจากผู้รับการอบรมท่านหนึ่งว่า
ท่านได้ขอยืมเอกสารประกอบการบรรยาย เรื่อง
การเขียนข้อพิจารณาของฝ่ายอำนวยการ
จากนายทหารในหน่วยเดียวกันซึ่งได้รับแจกจ่ายจาก
วสท.สปท. เมื่อเข้ารับการศึกษาหลักสูตรฝ่ายอำนวยการของ
บก.ทหารสูงสุด
โดยท่านได้นำไปถ่ายเอกสารและใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน
เรื่อยมา
จนกระทั่งได้เข้ารับการศึกษาหลักสูตรนี้ด้วยตนเอง
จึงทำให้มีความเข้าใจแจ่มแจ้งขึ้น
เนื่องจากได้มีโอกาสทำแบบฝึกหัด
หลายรูปแบบ มีการอธิบายวิธีคิดและถกแถลงในห้องเรียน
กระผมพิจารณาเห็นว่า อาจมีผู้สนใจเช่นเดียวกับผู้รับการอบรมท่านนั้น
แต่ไม่มีโอกาสได้เข้ารับการศึกษาหลักสูตรดังกล่าว
ด้วยสาเหตุหน่วยมีภารกิจมาก หรือด้วยสาเหตุอื่นก็ตาม
หากได้มีแบบฝึกหัดเพื่อลองคิดและเขียนด้วยตนเอง
ก็อาจจะดีกว่าการอ่านจากเอกสารประกอบการบรรยายเพียงอย่างเดียว
กระผมจึงเกิดแรงบันดาลใจจัดทำ แบบฝึกหัดด้วยตนเอง ขึ้น
พร้อมกับปรับปรุง เอกสารประกอบการบรรยาย
ให้เป็นตัวพิมพ์
ทั้งหมด (เดิมบางส่วนใช้ถ่ายเอกสารจากฉบับจริงซึ่งภาพไม่ค่อย
คมชัดเท่าที่ควร) แล้วแจกจ่ายให้ผู้รับการอบรมรุ่นล่าสุดในขณะนั้น
เพื่อนำไปช่วยเผยแพร่แก่ผู้สนใจภายในหน่วยของตน
กระผมคิดว่าเอกสารทั้งสองเรื่องนี้อาจเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ยังไม่ทราบก็ได้
จึงเกิดความคิดว่า ทำอย่างไรจึงจะเผยแพร่ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
จึงคิดว่าการเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ตน่าจะดีที่สุด
จึงได้สอบถามความรู้ในการทำเว็บไซต์จากผู้รู้ใกล้ตัว
และได้พยายามทำออกมาโดยเน้นประโยชน์ใช้งานไม่เน้นแสงสี
เป็นการทำแบบมือใหม่หน้าตาออกมาเป็นแบบที่เห็นอยู่นี้
ต่อมากระผมจึงได้นำบทความอื่น
ๆ ที่เคยบรรยาย งานนำเสนออื่น ๆ
ที่เคยทำไว้ ตลอดจนเว็บไซต์ธรรมะที่กระผมสนใจ
และสถานีวิทยุที่กระจายเสียงเวลากลางวัน มาเพิ่มเติมไว้
เผื่ออาจจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้สนใจ
กระผมขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม
หวังว่าเว็บไซต์ของกระผมคงจะมีประโยชน์แก่บางท่าน
ตามสมควร หากท่านผู้ใดจะนำไปใช้หรือเผยแพร่ต่อ
กระผมก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง จะบอกหรือไม่บอกกระผมก็ได้
ถ้าจะบอก จะบอกทางอีเมลหรือเขียนกระทู้ไว้ในเว็บบอร์ดก็ได้
(ตั้งแต่เปิดเว็บไซต์เมื่อ ก.ย.48 มีผู้บอกมาทางอีเมลประมาณ
10 ราย
บอกทางกระทู้ประมาณ 20 ราย แต่เว็บบอร์ดฟรี
หมดอายุ เว็บบอร์ดนั้นจึงถูกลบไปเมื่อ
มี.ค.49 และได้เปิด
เว็บบอร์ดใหม่ใน มี.ค.49 เช่นเดียวกัน) แต่ถ้าบอกให้กระผม
รู้หน่อยก็ดีครับ เป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
กระผมจะได้รู้ว่า งานที่ได้ใช้เวลารวบรวมและจัดทำเป็นเวลาหลายปี
ได้ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ใดหน่วยใดมากน้อยเพียงใด
กระผมได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาบุคลากรของกองทัพ
และประเทศชาติได้แค่ไหน
แค่นี้ก็ชื่นใจแล้วครับ.