บทที่ 

การตั้งเรื่องขึ้นเอง

 

                   เรื่องบางเรื่องที่ฝ่ายอำนวยการพิจารณาเห็นว่า  มีปัญหาข้อขัดข้อง  เช่น  หน่วยรองปฏิบัติในเรื่องเดียวกันไม่เป็นแนวทางเดียวกัน  หรือหลักเกณฑ์การปฏิบัติที่หน่วยเหนือกำหนด  มีบางประการที่ไม่สอดคล้องกันเนื่องจากได้กำหนดขึ้นคนละสมัย  หรือเห็นว่าสมควรปรับปรุงแก้ไขระเบียบหรือหลักเกณฑ์บางเรื่องที่ใช้มานานให้ทันสมัยยิ่งขึ้น  ฯลฯ  เรื่องในลักษณะนี้  ฝ่ายอำนวยการสามารถตั้งเรื่องขึ้นเองได้  โดยแบ่งลำดับการปฏิบัติเป็น    ขั้นตอน  คือ

                        .    การพิจารณาว่าปัญหาข้อขัดข้องที่มีอยู่สมควรริเริ่มเสนอแนวทางแก้ไขหรือไม่

                               พิจารณาว่าปัญหาข้อขัดข้องดังกล่าว  พอจะมีความเป็นไปได้ในการแก้ไขหรือไม่  ถ้าเป็นปัญหาภายในหน่วย  พิจารณาในชั้นต้นว่าหน่วยรองจะเห็นด้วยในการแก้ไขปัญหานี้หรือไม่  จะมีหน่วยใดขัดข้องหรือเสียประโยชน์หรือไม่  ถ้าแก้ไขปัญหานี้แล้วจะเป็นประโยชน์แก่หน่วยโดยรวมหรือไม่  ถ้าเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหน่วยนอก  พิจารณาในชั้นต้นว่า  การเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาในเรื่องนั้นจะทำให้หน่วยนั้นถูกผู้บังคับบัญชาตำหนิหรือไม่

                               ถ้าพิจารณาในชั้นต้นเห็นว่า  การแก้ไขปัญหานั้นจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม  ไม่ทำให้หน่วยใดหน่วยหนึ่งเสียประโยชน์หรือถูกตำหนิจาก  ผบ.หน่วย  หรือ  ผบ.ทหารสูงสุด  จึงคิดแนวทางแก้ไขในลำดับต่อไป

                               คิดหาแนวทางแก้ไขปัญหาในชั้นต้น  พิจารณาความเป็นไปได้ในแนวทางแก้ไขปัญหานั้น  โดยเฉพาะเรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงบประมาณ

                        .    การศึกษาหลักฐานเอกสารและการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

                               รวบรวมหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องกับปัญหานั้น ๆ  ว่าได้มีเอกสารใดกำหนดการปฏิบัติในเรื่องนั้นไว้แล้วหรือไม่  อย่างไร

                               รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหานั้น ๆ  ว่า  หน่วยรองได้ปฏิบัติมาอย่างไร  หรือหน่วยเหนือ  หรือ  กรม  สธร.  หรือหน่วยข้างเคียง  ได้มีการปฏิบัติในเรื่องเดียวกันนี้อย่างไร

                               บันทึกปัญหาข้อสงสัย  เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยที่เกี่ยวข้อง

                               คิดแนวทางแก้ไขปัญหาในชั้นต้นเท่าที่มีข้อมูลในขณะนั้น  เพื่อประสานกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง

                        .    การประสานกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง

                               นำปัญหาข้อสงสัย  และแนวทางแก้ไขปัญหาที่คิดไว้ในชั้นต้น  ประสานกับหน่วยเหนือ  หรือกรม  สธร.  หรือหน่วยข้างเคียง  หรือหน่วยรอง

                               พัฒนาข้อมูลและแนวทางแก้ไขปัญหา  ตามคำตอบที่ได้จากการประสาน

                        .    การคิดโครงร่างในใจและการวางแผนการเขียน 

                               คิดในใจว่าจะใช้วิธีใดใน    วิธี  คือ

                                      วิธีที่    เขียนโดยใช้แบบบันทึกความเห็นแบบ    หัวข้อ  โดยมีข้อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน  วิธีนี้ใช้ในกรณีที่การประสานในชั้นต้น  ค่อนข้างราบรื่น  ทุกหน่วยเห็นด้วยกับแนวทางแก้ไขปัญหาที่คิดไว้

                                      วิธีที่    เขียนโดยใช้แบบบันทึกความเห็นแบบ    หัวข้อ  แต่  “ข้อเสนอ”  ยังไม่มีแนวทางแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน  จึงเสนอให้มีการประชุมหารือร่วมกันระหว่างหน่วยที่เกี่ยวข้อง  เพื่อหาแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมต่อไป  หรือเสนอให้มีหนังสือหารือ  กรม  สธร.  หรือหน่วยที่เกี่ยวข้อง  วิธีนี้ใช้ในกรณีที่การประสานในชั้นต้น  มีบางหน่วยมีความเห็นเป็นอย่างอื่น  หรือเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก  หรือต้องการหนังสือยืนยันเป็นหลักฐาน

                               วางแผนการเขียนโดยใช้แบบบันทึกความเห็นแบบ    หัวข้อ

                               สรุปประเด็นปัญหา  และ  ข้อเสนอ  ในใจก่อน  แล้วจึงคิดเนื้อหาของข้อเท็จจริงและข้อพิจารณาให้สอดคล้องกัน

                        .    การทำบันทึกความเห็น

 

การตั้งชื่อเรื่อง

                   ถ้าเป็นเรื่องที่ได้ข้อยุติจากการประสานกับหน่วยที่เกี่ยวข้องแล้ว  อาจใช้ชื่อเรื่องตามประเด็นของ  “ข้อเสนอ”  เช่น  ขออนุมัติหลักเกณฑ์การ………  ขออนุมัติกำหนดแนวทางการ……….  เป็นต้น

                   ถ้าเป็นเรื่องที่จะเสนอให้มีการประชุมหารือกันก่อนจึงจะได้ข้อยุติ  อาจใช้ชื่อเรื่องว่า  การดำเนินการในเรื่องนั้น ๆ  เช่น  การจัดกำลังพลเข้ารับการศึกษาหลักสูตรตามแนวทางรับราชการ  เป็นต้น

 

การเขียนข้อ  .  “ปัญหา”

                   เขียนประเด็นของปัญหา  และประเด็นของข้อเสนอที่เตรียมไว้เสนอ  โดยย่อให้ผู้อ่านทราบในชั้นต้นว่า  เรื่องนี้ปัญหาคืออะไร  และฝ่ายอำนวยการต้องการนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร  เพื่อตีกรอบความคิดและจูงใจผู้อ่านในชั้นต้น

                   จะเขียนเฉพาะเลขข้อ  “. ......”  หรือ  “.  ปัญหา”  ก็ได้  แต่การเขียน  “.  ปัญหา”  จะทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่หนักแน่น  น่าเชื่อถือได้ว่าฝ่ายอำนวยการที่นำเสนอเรื่องนี้  ได้มีการศึกษาและพิจารณามาอย่างดีแล้ว  มีความกล้ารับผิดชอบในการริเริ่มเขียนเรื่องนี้

 

การเขียนข้อ  .  “ข้อเท็จจริง”

                 มักใช้  “.  ข้อเท็จจริง”  เพียงแบบเดียว  มักไม่ใช้  “. ......”

                   ถ้ามีข้อเท็จจริงเพียงประเด็นเดียวหรือข้อมูลน้อย  อาจเขียนต่อจากหัวข้อได้เลย  แต่ถ้ามีข้อมูลมากกว่าประเด็นเดียว  จะใช้ข้อย่อย  .,  .  ตามลำดับ

                   เลือกเขียนเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องและตรงประเด็นกับเรื่องนั้น ๆ  และเป็นข้อมูลที่จะใช้เขียนให้สัมพันธ์กับข้อพิจารณาและข้อเสนอ

                   โดยมากมักจะอ้างระเบียบหรืออนุมัติหลักการ  หรือการดำเนินการที่ได้เกิดขึ้นแล้ว

                   ถ้ามีการอ้างอิงเอกสารหลายฉบับ  อาจใช้คำว่า  “รายละเอียดตามเอกสารหมายเลข......”  หรือ  “(เอกสารหมายเลข......)”  แล้วทำดัชนีติดเอกสารที่นำมาอ้างอิงหรือแนบเรื่องไว้ทุกฉบับ

 

การเขียนข้อ  .  “ข้อพิจารณา”

                   มักใช้  “.  ข้อพิจารณา”  เพียงแบบเดียว  มักไม่ใช้  “. ......”

                   ถ้ามีข้อพิจารณาเพียงประเด็นเดียว  อาจเขียนต่อจากหัวข้อได้เลย  หากมีข้อคิดหลายประเด็น  จะใช้ข้อย่อย  .,  .  ตามลำดับ

                   เพื่อความสวยงามของหนังสือ  อาจใช้รูปแบบการเขียน  ข้อ ๒  และ ข้อ ๓  ให้สอดคล้องกันหรือเหมือนกัน  เช่น  ถ้าข้อ  . ข้อเท็จจริง  มีข้อย่อย  ข้อ  . ข้อพิจารณา  ก็ควรมีข้อย่อยด้วย  แต่ไม่จำเป็น

                   พิจารณาเฉพาะประเด็นใหม่ ๆ  สำคัญ ๆ  เพื่อให้ผู้อ่านเห็นคล้อยตาม  และโน้มน้าวไปสู่ข้อเสนอที่คิดไว้ในใจ ประเด็นทั่วไปในการพิจารณา ได้แก่ เรื่องที่ขออนุมัตินั้นดีอย่างไร มีประโยชน์อย่างไร  หรือบางเรื่องอาจพิจารณาเรื่องงบประมาณด้วยก็ได้

                   อาจเขียนผลการประสานงาน  และความคิดเห็นของหน่วยต่าง ๆ  ที่ได้ประสานแล้วว่ามีความคิดเห็นอย่างไร  ประกอบด้วยก็ได้  ทั้งนี้  เพื่อ  ผบ.หน่วย  จะได้อนุมัติด้วยความสบายใจว่า  หน่วยต่าง ๆ  ไม่มีข้อขัดแย้งตามที่ฝ่ายอำนวยการได้ประสานแล้วในชั้นต้น

 

การเขียนข้อ  .  “ข้อเสนอ”

                   ใช้  “.  ข้อเสนอ”  เสมอ  ไม่ใช้  “. ......”

                   ถ้าข้อความมีน้อยเขียนต่อจากหัวข้อได้เลย  แต่ถ้ามีหลายประเด็น  จะใช้ข้อย่อย  ., .,... 

                   เขียนตามที่คิดไว้ในใจตอนต้น  และตามผลการประสานกับหน่วยที่เกี่ยวข้องแล้ว

                   เรียงลำดับการเสนอว่า  ให้  ใคร  ทำอะไร  เมื่อไร  ที่ไหน  อย่างไร  ถ้ามีรายละเอียดการปฏิบัติมาก  อาจทำเป็นผนวกหรือรายละเอียดแนบ

                   ถ้าเสนอให้จัดประชุมหารือ  ควรประสานวันว่างของห้องประชุม  และวันว่างของประธานก่อน

                   ถ้าเสนอให้มีหนังสือถึงหน่วยนอก  ต้องร่างหนังสือประกอบแนบไปด้วย

 

การเขียนคำลงท้าย

                 เนื่องจากเป็นเรื่องที่ฝ่ายอำนวยการคิดริเริ่มขึ้นเอง  ไม่ควรใช้  “จึงเรียนมาเพื่อกรุณาอนุมัติในข้อ......”  เพราะจะดูเหมือนเป็นการบีบบังคับผู้บังคับบัญชา

                   ควรใช้  “จึงเรียนมาเพื่อกรุณาพิจารณา  หากเห็นสมควรกรุณาอนุมัติในข้อ......”

                   ถ้ามีหนังสือถึงหน่วยนอก  อาจเขียนเพิ่มเติมว่า  “......และลงนามในร่างหนังสือที่แนบ  (หรือตามสิ่งที่ส่งมาด้วย

                   ถ้าเห็นว่าผู้อนุมัติควรเป็น  ผบ.หน่วย  แต่ผู้ลงนามในหนังสือเสนอหน่วยนอก  น่าจะเป็น  รอง  ผบ.หน่วย  อาจเขียนว่า  “......หากเห็นสมควรกรุณาอนุมัติในข้อ    และ  (รอง  ผบ.หน่วย)  กรุณาลงนามในร่างหนังสือที่แนบ  (หรือตามสิ่งที่ส่งมาด้วย  ทั้งนี้  จะใช้แบบนี้ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับแบบธรรมเนียมหรือความนิยมของหน่วย  หรือแนวทางของ  ผบ.หน่วย  แต่ละท่าน

                   ถ้าในข้อเสนอได้เสนอให้เชิญประชุมหน่วยที่เกี่ยวข้อง  คำลงท้ายอาจเพิ่มเติมด้วย  “......กับกรุณากำหนดวัน  เวลา  ประชุม  ตามข้อ......”

 

การร่างหนังสือประกอบ 

                   หนังสือประกอบ  หมายถึง  หนังสือที่จะให้  ผบ.หน่วย  ลงนามถึง  ผบ.ทหารสูงสุด  หรือหน่วยข้างเคียง  หรือกรม  สธร.

                   จะเขียน  เรียนใคร  หรือ  เสนอหน่วยใด  แล้วแต่เนื้อหาและอำนาจอนุมัติในเรื่องนั้น ๆ  เช่น  ถ้าเป็นเรื่องที่ต้องขออนุมัติหลักการ  ก็ต้องใช้  “เรียน  ผบ.ทหารสูงสุด  (ผ่าน  ยก.ทหาร  ถ้าเป็นเรื่องที่ต้องการหารือ  กรม  สธร.  ก็ใช้  “เสนอ  ยก.ทหาร”  เป็นต้น

                   มักจะเขียนโดยใช้เลขข้อ  , , ,   ซึ่งสามารถเขียนได้    แบบ  คือ 

                        แบบที่         เขียนโดยอิงหัวข้อตามรูปแบบบันทึกความเห็น                              

                                           ข้อ      เป็นปัญหาหรือความต้องการของหน่วย 

                                           ข้อ      เป็นข้อเท็จจริงหรือความเป็นมาของเรื่องนั้น

                                           ข้อ      เป็นข้อพิจารณาของหน่วย 

                                           ข้อ    เป็นการเสนอว่าสมควรอนุมัติให้ดำเนินการตามข้อ ๑ หรือไม่อย่างไร

                        แบบที่        เขียนโดยลำดับเหตุการณ์ 

                                           ข้อ      เป็นความเป็นมาหรือกล่าวนำ 

                                           ข้อ      เป็นข้อเท็จจริงหรือความเป็นมาของเรื่องนั้น 

                                           ข้อ      เป็นข้อพิจารณาของหน่วย

                                           ข้อ    เป็นความต้องการของหน่วย