บทที่ ๒
ข้อพิจารณาของฝ่ายอำนวยการ
วัตถุประสงค์ของข้อพิจารณาของฝ่ายอำนวยการ
๑. ข้อพิจารณาของฝ่ายอำนวยการ
เป็นเอกสารของฝ่ายอำนวยการอย่างเป็นทางการ
ซึ่งมีการวิเคราะห์อย่างย่อและข้อเสนอในการแก้ปัญหาอย่างหนึ่งอย่างใดโดยเฉพาะ
๒. ข้อพิจารณาของฝ่ายอำนวยการ
เป็นผลงานของการวิเคราะห์เสนอรายงานของการวิเคราะห์
พร้อมกับข้อสรุปและข้อเสนอให้ผู้บังคับบัญชาตกลงใจ
๓. ข้อพิจารณาของฝ่ายอำนวยการ มีบทบาทในการปฏิบัติงานของฝ่ายอำนวยการที่เกี่ยวกับงานธุรการ
ในทำนองเดียวกันกับการประมาณการซึ่งมีบทบาทในการปฏิบัติการรบ
๔. ข้อพิจารณาของฝ่ายอำนวยการ
ช่วยผู้บังคับบัญชาในการแสวงข้อตกลงใจในเมื่อผู้บังคับบัญชาเกี่ยวข้องกับปัญหาที่ซับซ้อนหรือขัดแย้ง
หลักการเขียนข้อพิจารณาของฝ่ายอำนวยการ
๑. สั้น
๒. ชัดเจน
๓. ถูกต้อง
๔. เกี่ยวโยงกันตามลำดับ
๕. มีเอกภาพ
๖. มีความสมบูรณ์
รูปแบบการเขียนข้อพิจารณาของฝ่ายอำนวยการ
ข้อพิจารณาของฝ่ายอำนวยการที่สมบูรณ์ ประกอบด้วย ๖
หัวข้อ คือ ปัญหา สมมุติฐานข้อเท็จจริง ข้อพิจารณา ข้อสรุป และข้อเสนอ โดยมีแนวการเขียน ดังนี้
๑. ปัญหา การเขียนต้องสั้น โดยให้มีลักษณะเหมือนการเขียนภารกิจ
ถ้าเป็นปัญหาซับซ้อนให้กำหนดขอบเขตและอาจใช้ข้อย่อยช่วยก็ได้
๒. สมมุติฐาน สมมุติฐานใด ๆ ก็ตามต้องเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการอภิปรายต่อปัญหาอย่างสมเหตุสมผล
สมมุติฐานนำมาใช้ในเมื่อไม่มีข้อมูลที่แท้จริง ใช้เป็นมูลฐานสำหรับทำข้อพิจารณา และใช้เพื่อขยายหรือจำกัดขอบเขตของปัญหา ในเมื่อสมมุติฐานไม่ใช่ข้อเท็จจริง
สมมุติฐานก็จะต้องมีมูลฐานหรือรากฐานมาจากข้อเท็จจริง
๓. ข้อเท็จจริง
กล่าวถึงข้อเท็จจริงที่มีอิทธิพลต่อปัญหา หรือต่อคำแก้ปัญหานั้น
ต้องระมัดระวังอย่านำข้อเท็จจริงที่ไม่จำเป็นมาเขียนด้วย
เพราะจะทำให้เกิดความสับสนขณะทำการอภิปราย
ข้อเท็จจริงบางเรื่องอาจค้นพบระหว่างการค้นคว้า ในขณะที่ข้อเท็จจริงอื่น ๆ มีอยู่ในคำสั่งให้พิจารณาปัญหา
๔. ข้อพิจารณา
รวมถึงการวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องทั้งปวงในรายละเอียด
รวมทั้งผลดีและผลเสียของคำแก้ปัญหาที่อาจเป็นไปได้ด้วย
ข้อนี้เป็นข้อที่ผู้เขียนจะต้องทำเป็นข้อความสั้น ๆ อย่างแจ่มแจ้ง จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ สำหรับข้อพิจารณาที่ยาว ๆ ที่สลับซับซ้อนนั้น
อาจเขียนเพียงกล่าวสรุปกับมีผนวกประกอบด้วย
ผู้เขียนต้องระมัดระวังในการเขียนเรื่องราวแต่ละเรื่องให้ถูกต้อง
เช่นเดียวกับการระมัดระวังในการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ เพื่อเป็นหลักประกันว่า ได้สรุปข้อมูลตามลำดับที่สมเหตุสมผลที่ได้มาจากการวิเคราะห์ปัจจัยต่าง
ๆ ที่เกี่ยวข้อง คำแก้ปัญหาน่าจะเป็นไปได้ทุกคำแก้ และปัจจัยทั้งปวงที่กระทบกระเทือนต่อคำแก้เหล่านั้น
๕. ข้อสรุป
แสดงถึงข้อสรุปที่ได้มาจากการวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง คำแก้ปัญหาที่น่าจะเป็นไปได้ทุกคำแก้
และปัจจัยทั้งปวงที่กระทบกระเทือนต่อคำแก้เหล่านั้น ข้อสรุปต้องสมเหตุสมผลตามลำดับจากข้อต่าง
ๆ ไม่ควรจะนำเรื่องราวใหม่ ๆ มาใส่ไว้ในข้อสรุปเหล่านี้
๖. ข้อเสนอ
ต้องเขียนให้สอดคล้องกับข้อพิจารณา
การปฏิบัติของฝ่ายอำนวยการต้องสมบูรณ์ ถ้ามีข้อเสนอให้ผู้บังคับบัญชาลงนามในหนังสือ ก็จะต้องมีร่างหนังสือแนบไปด้วย
การเขียนข้อพิจารณาของฝ่ายอำนวยการแบบสมบูรณ์ ๖
หัวข้อนั้น
ในการปฏิบัติราชการโดยทั่วไปใน
บก.ทหารสูงสุด
ไม่ค่อยมีโอกาสจัดทำเท่าใดนัก
รูปแบบที่ใช้มาก ได้แก่ บันทึกความเห็น และรายงานหรือเรื่องนำเรียนเพื่อทราบ ซึ่งมีรูปแบบและตัวอย่างอยู่ในหนังสือ ยก.ทหาร ที่
กห ๐๓๐๔/๑๒๒๒ ลง ๒๔
ต.ค. ๓๙ เรื่อง
ขออนุมัติใช้รูปแบบการเขียนข้อพิจารณาของฝ่ายอำนวยการ ซึ่ง ผบ.ทหารสูงสุด กรุณาอนุมัติให้ส่วนราชการ บก.ทหารสูงสุด
ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการจัดทำหนังสือเสนอผู้บังคับบัญชา
รูปแบบบันทึกความเห็นที่กำหนดมี
๕ แบบ ดังนี้
แบบที่ ๑ เป็นแบบที่สมบูรณ์ มี
๔ หัวข้อ ประกอบด้วย ปัญหา ข้อเท็จจริง ข้อพิจารณา และข้อเสนอ โดยเขียนหัวข้อพร้อมชื่อหัวข้อและขีดเส้นใต้ ดังนี้
๑. ปัญหา
๒. ข้อเท็จจริง
๓. ข้อพิจารณา
๔. ข้อเสนอ
แบบที่ ๒ เป็นแบบย่อ มี
๔ หัวข้อ เขียนเฉพาะหัวข้อในข้อ ๑
โดยไม่เขียนชื่อหัวข้อ
แต่เนื้อหาในข้อ ๑ คือ
ปัญหา ส่วนในข้อ ๒, ๓ และ
๔ เขียนหัวข้อพร้อมชื่อหัวข้อเช่นเดียวกับแบบที่ ๑
ซึ่งเป็นการเน้นเฉพาะ
ข้อเท็จจริง ข้อพิจารณา และข้อเสนอ ดังนี้
๑.
(ปัญหา)
..
๒. ข้อเท็จจริง
๓. ข้อพิจารณา
๔. ข้อเสนอ
แบบที่ ๓ เป็นแบบย่อ มี
๔ หัวข้อ เป็นแบบที่นิยมใช้กันและเหมาะสมสำหรับใช้กับงานหนังสือทั่วไป เขียนเฉพาะหัวข้อในข้อ ๑, ๒ และ ๓ โดยไม่ต้องเขียนชื่อหัวข้อ แต่เนื้อหาในข้อ ๑, ๒ และ
๓ คือ ปัญหา ข้อเท็จจริง และข้อพิจารณา ตามลำดับ ส่วนในข้อ ๔
คือ ข้อเสนอ เขียนหัวข้อพร้อมชื่อหัวข้อและขีดเส้นใต้ ดังนี้
๑.
(ปัญหา)
..
๒.
(ข้อเท็จจริง)
..
๓.
(ข้อพิจารณา)
..
๔. ข้อเสนอ
แบบที่ ๔ เป็นแบบย่อ มี
๓ หัวข้อ เขียนเฉพาะหัวข้อในข้อ ๑
และ ๒ โดยไม่เขียนชื่อหัวข้อ แต่เนื้อหาในข้อ ๑
และ ๒ คือ
ปัญหา และข้อเท็จจริง +
ข้อพิจารณา หรือ ปัญหา + ข้อเท็จจริง และ
ข้อพิจารณา ตามลำดับ ส่วนในข้อ ๓
คือ ข้อเสนอ เขียนหัวข้อพร้อมชื่อหัวข้อและขีดเส้นใต้ ดังนี้
๑.
(ปัญหา หรือ ปัญหา + ข้อเท็จจริง)
..
๒.
(ข้อเท็จจริง + ข้อพิจารณา หรือ ข้อพิจารณา)
..
๓. ข้อเสนอ
แบบที่ ๕ เป็นแบบย่อ มี
๒ หัวข้อ เขียนเฉพาะหัวข้อในข้อ ๑
โดยไม่เขียนชื่อหัวข้อ
แต่เนื้อหาในข้อ ๑ คือ
ปัญหา ข้อเท็จจริง และข้อพิจารณา ส่วนในข้อ ๒
คือ ข้อเสนอ เขียนหัวข้อพร้อมชื่อหัวข้อและขีดเส้นใต้ ดังนี้
๑.
(ปัญหา + ข้อเท็จจริง + ข้อพิจารณา)
..
๒. ข้อเสนอ