สำเนา
ระเบียบกองทัพบก
ว่าด้วยการทำบันทึกความเห็น พ.ศ.๒๕๐๗
(คัดลอกจากหนังสือแบบธรรมเนียมงานสารบรรณ
ของ รร.สบ.สบ.ทบ.
ฉบับ ๑๒ ธ.ค.๒๘)
เพื่อให้การทำบันทึกความเห็นของฝ่ายอำนวยการของหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพบก
มีลักษณะเป็นมาตรฐานเดียวกัน กล่าวคือ ให้มีหัวข้อตามลำดับอย่างเดียวกัน
มีใจความที่ชัดเจน กะทัดรัด และสมบูรณ์
เพียงพอที่จะอำนวยความสะดวกแก่ผู้บังคับบัญชา ในการพิจารณาเรื่องนั้น ๆ สามารถเข้าใจเรื่องและเหตุผลในบันทึกความเห็นแต่ละเรื่องได้ทันที
ทำให้การตกลงและสั่งการของผู้บังคับบัญชาเป็นไปอย่างถูกต้องและรวดเร็ว
จึงเห็นเป็นการสมควรกำหนดระเบียบกองทัพบกขึ้นไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า
ระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการทำบันทึกความเห็น พ.ศ.๒๕๐๗
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกข้อความในระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการประทับตรารับหนังสือและการบันทึกสรุปเรื่อง
พ.ศ.๒๕๐๕ ข้อ ๗, ๘,
๙ และ ๑๐ กับตัวอย่างการบันทึกเสนอในระเบียบที่กล่าวถึงนี้เสีย
และแก้ข้อ ๑๑ เดิม เป็นข้อ ๗
ข้อ ๓ ให้กรมฝ่ายเสนาธิการ
ฝ่ายกิจการพิเศษและฝ่ายยุทธบริการของกองทัพบก
ทำบันทึกความเห็นตามแบบท้ายระเบียบนี้
ส่วนฝ่ายอำนวยการของหน่วยระดับต่ำกว่ากองทัพบก ให้ปฏิบัติตามระเบียบนี้โดยอนุโลม
กล่าวคือ ให้อยู่ในดุลพินิจของฝ่ายอำนวยการและผู้บังคับหน่วยนั้น ๆ
พิจารณาใช้กับเรื่องและระดับหน่วยตามความเหมาะสม
ข้อ ๔ ชื่อหัวข้อที่กำหนดไว้ในแบบบันทึกความเห็นได้แก่
คำว่าปัญหา ข้อเท็จจริง ข้อพิจารณา และข้อเสนอ นั้น
เมื่อปฏิบัติไปจนเกิดความเคยชินแล้วจะตัดออกโดยเหลือไว้เพียงหมายเลข ๑, ๒, ๓, ๔ ก็ได้
ในการทำบันทึกความเห็นบางครั้ง
ข้อใดข้อหนึ่งในแบบบันทึกความเห็นซึ่งมีอยู่ ๔ ข้อนั้น
อาจไม่จำเป็นต้องใช้ให้ตัดออกได้
แล้วเรียงลำดับหมายเลขใหม่ให้เป็นลำดับที่ต่อเนื่องกัน
ข้อ ๕ ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๐๗
สำเนาถูกต้อง
พ.ท.สุพจน์ ตั้งศรีรัตน์ รับคำสั่ง ผบ.ทบ.
(สุพจน์
ตั้งศรีรัตน์)
(ลงชื่อ)
พล.อ. ส. ไทยานนท์
อจ.รร.สบ.สบ.ทบ. (สนิท ไทยานนท์)
๒๔ พ.ย.๒๘ รอง ผบ.ทบ.
ผนวก ก :
แบบบันทึกความเห็น
บันทึกข้อความ
ส่วนราชการ (ที่ทำบันทึกความเห็น)
ที่ (ดูหมายเหตุ)
วันที่ (วัน เดือน ปี ที่บันทึกความเห็น)
เรื่อง (ลงเรื่องย่อที่เป็นใจความสั้นที่สุด)
คำขึ้นต้น (ใช้ตาม*ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๐๖)
อ้างถึง (ถ้ามี)
สิ่งที่ส่งมาด้วย (ให้หมายถึงสิ่งที่แนบมากับบันทึกความเห็น เช่น ผนวก ก :
.หากเป็นกรณีบันทึกเสนอปะหน้าเรื่องใด ๆ ซึ่งโดยธรรมดาย่อมแนบเรื่องนั้น ๆ
มาด้วยเสมออยู่แล้ว สิ่งที่ส่งมาด้วยในที่นี้ มิได้หมายถึงเรื่องเดิมนั้น
หมายถึงสิ่งที่เจตนาแบบเพิ่มเติมมาเพื่อขยายบันทึกความเห็นให้ชัดเจนขึ้น
หรือเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาลงนาม หากไม่มีบรรทัดนี้ก็เว้นเสียได้)
๑. ปัญหา สรุปใจความของสาเหตุที่ทำบันทึกความเห็นอย่างสั้น
ๆ ชี้ให้ผู้อ่านเห็นชัดว่า อะไรคือปัญหาที่จะนำมาพิจารณา
ตามธรรมดาข้อความที่จะนำมาสรุปเป็นปัญหาย่อมได้มาจากเรื่องเดิม คำสั่ง, นโยบาย, สาเหตุ
หรือปัญหาที่ผู้ทำบันทึกความเห็นตั้งขึ้น
หรือกรณีอื่นใดอันเป็นเหตุให้ทำบันทึกความเห็น หากเป็นปัญหาที่ซับซ้อน
ให้กำหนดขอบเขตของปัญหานั้นไว้ และอาจทำเป็นข้อย่อยตามความจำเป็นก็ได้
๒. ข้อเท็จจริง กล่าวถึงข้อเท็จจริงและหลักฐานต่าง
ๆ ที่ค้นคว้ามาได้และมีผลกระทบกระเทือนต่อปัญหาหรือทางแก้ปัญหานั้น
ควรระมัดระวังอย่าพูดถึงข้อเท็จจริงที่ไม่เกี่ยวข้องกับปัญหา
เพราะจะไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด แต่กลับจะทำให้ผู้อ่านเกิดความสับสนและเข้าใจยากยิ่งขึ้น
ข้อเท็จจริงนี้อาจหาได้จากแบบธรรมเนียมต่าง ๆ
การประสานงานกับหน่วยและเจ้าหน้าที่อื่น ๆ
แม้แต่คำสั่งที่ผู้บังคับบัญชามอบให้พิจารณาเรื่องใด ๆ
ก็อาจมีข้อเท็จจริงรวมอยู่ด้วย
๓. ข้อพิจารณา ข้อนี้เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยต่าง
ๆ อย่างละเอียดโดยอาศัยข้อเท็จจริงตามข้อ ๒. อาจกำหนดทางปฏิบัติหรือทางแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ขึ้นหลาย
ๆ ทาง แล้วนำเอาข้อดีข้อเสียของแต่ละทางมาเปรียบเทียบกัน
ผลของการวิเคราะห์และเปรียบเทียบดังกล่าวนี้ จะทำให้เกิดความมั่นใจว่า
ทางปฏิบัติหรือทางแก้ปัญหาทางใดจะให้ประโยชน์มากที่สุด
อันนี้เองเป็นข้อยุติของการพิจารณา
ซึ่งผู้บันทึกความเห็นจะต้องสรุปแยกไว้ให้เห็นชัดเจน
โดยย่อหน้าไว้ในตอนท้ายของข้อนี้
ในการเขียนข้อพิจารณานี้ ต้องเขียนให้ชัดเจนแต่ให้สั้นและกระทัดรัด
ดังนั้น หากข้อพิจารณายืดยาวและสลับซับซ้อนก็ดี หรือต้องการแสดงให้เห็นเหตุผลของความเห็นที่สอดคล้องหรือขัดแย้งกันอย่างยืดยาวแล้ว
ให้ทำเป็นผนวกแนบไป อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนต้องระมัดระวังให้ดีว่า
ข้อพิจารณาของตนคลุมปัญหาไว้ทุกแง่มุมแล้ว
๔. ข้อเสนอ ข้อนี้ต้องสอดคล้องกับข้อยุติ
ซึ่งสรุปไว้ในตอนท้ายของข้อ ๓ กล่าวคือ เมื่อได้ข้อยุติอย่างไรแล้ว
ให้เสนอแนะถึงการปฏิบัติว่าจะต้องทำอะไรบ้าง จึงจะบรรลุถึงข้อยุติดังกล่าวนั้น
ดังนั้น ข้อเสนอจึงต้องสมบูรณ์ที่สุด เช่น หากจะมีข้อเสนอให้ลงนามสั่งการอย่างไร
หรือจะให้ติดต่อกับหน่วยใด ก็ควรร่างคำสั่งหรือหนังสือเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาลงนามได้เลย
(ลงนามผู้บันทึกเสนอ)
(ตำแหน่ง)
หมายเหตุ (๑) การลงเลขที่คงเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๐๖
หากเป็นการบันทึกต่อท้ายหรือปะหน้าเรื่องเดิมไม่จำเป็นต้องลงเลขที่ใหม่
(๒) วัน เดือน
ปี ที่บันทึกความเห็น หากเป็นการบันทึกต่อท้ายเรื่องโดยไม่ใช้กระดาษปะหน้า ให้ลง
วัน เดือน ปี ไว้เป็นบรรทัดสุดท้ายใต้ตำแหน่ง
* ยกเลิกแล้ว ปัจจุบันเป็น
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖
ผนวก ข :
ตัวอย่างบันทึกความเห็น (ปะหน้าเรื่องเดิม)
บันทึกข้อความ
ส่วนราชการ กบ.ทบ.
ที่
วันที่ ๖ พ.ค.๐๗
เรื่อง กระทรวงพัฒนาการขอยืมเครื่องบินของ
ทบ.
เรียน ผบ.ทบ. (ผ่าน ผช.เสธ.ทบ.ฝกบ.)
๑. ปัญหา กระทรวงพัฒนาการขอยืม บ.
และ ฮ.เวอร์ทอล จาก ทบ. อย่างละ
๑ เครื่อง เนื่องในการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
จะเสด็จพระราชดำเนินพิธีเปิดเขื่อนภูมิพล ณ จังหวัดตาก ใน ๑๖ และ ๑๗ พ.ค.๐๗
๒. ข้อเท็จจริง
๒.๑ บ. ใช้เป็นพาหนะรับส่งแขกที่เชิญไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทใน
๑๗ พ.ค.๐๗
๒.๒ ฮ. ถวายเป็นพาหนะของสมเด็จพระสังฆราชเสด็จไปในพิธี
๑๖ พ.ค.๐๗ เสด็จกลับ ๑๗ พ.ค.๐๗
๒.๓ กระทรวงพัฒนาการแห่งชาติจะให้ค่าน้ำมันและค่าเบี้ยเลี้ยงแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหงานนี้
๒.๔ ได้ประสานกับ ขส.ทบ. แล้ว
สามารถสนับสนุนด้วย บ.ล.๔๗ และ ฮ.ท.๑๐๗ อย่างละ ๑ เครื่อง ในเมื่อ ๑๖ - ๑๗ พ.ค.๐๗ ทบ. มิได้สั่งใช้ราชการอย่างอื่น ความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและค่าเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ดังนี้
๒.๔.๑ บ.ล.๔๗
-
เชื้อเพลิงไปกลับ ๑,๓๓๑ ลิตร
-
น้ำมันหล่อลื่น ๓๑ ลิตร
-
เบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ ๑ วัน ๑๔๖ ลิตร
๒.๔.๒ ฮ.ท.๑๐๗
-
เชื้อเพลิงไปกลับ ๔,๑๔๐ ลิตร
-
เบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ ๑ วัน ๑๓๑ ลิตร
๒.๔.๓ เชื้อเพลิงของ
ฮ.ท.๑๐๗ ขอให้กระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ
นำไปวางไว้ที่สนามบินพิษณุโลก
๓. ข้อพิจารณา
๓.๑ เป็นโอกาสหนึ่งที่ ทบ. จะได้ถวายความจงรักภักดี
และเทิดทูนพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
๓.๒ ใน ๑๖ - ๑๗ พ.ค.๐๗ ทบ. ยังไม่มีแผนใช้ บ. และ
ฮ. ดังกล่าว จึงไม่มีข้อขัดข้องที่จะใช้ในงานนี้
๓.๓ ได้ผลในการฝึกเจ้าหน้าที่ไปด้วย
เห็นควรให้การสนับสนุนโดย ทบ. ระงับการใช้ บ.
และ ฮ. ในกิจการอื่น อย่างละ ๑ เครื่อง ตาม
วัน เวลา ที่กระทรวงพัฒนาการแห่งชาติขอมา
๔. ข้อเสนอ
๔.๑ กรุณาอนุมัติให้ ขส.ทบ. จัด บ.ล.๔๗ จำนวน ๑ เครื่อง ฮ.ท.๑๐๗ อีก ๑ เครื่อง สนับสนุนกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ ตามวัน เวลา ที่ขอ
๔.๒ ให้ ขส.ทบ. ติดต่อโดยตรงกับกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติในเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง
ค่าเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ และรายละเอียดอื่น ๆ ตามความจำเป็น
๔.๓ กรุณาลงนามในหนังสือตอบกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ ตามที่แนบมาพร้อมนี้แล้ว
(ลงชื่อ) พ.อ.
จ. สารนาค
รอง จก.กบ.ทบ. ทำการแทน
จก.กบ.ทบ.
ผนวก ค :
ตัวอย่างบันทึกความเห็น (ตั้งเรื่องขึ้นใหม่)
บันทึกข้อความ
ส่วนราชการ สบ.ทบ.
ที่ กห ๐๓๒๓/๗๖๕๐ วันที่ ๑ ต.ค.๐๗
เรื่อง การทำบันทึกความเห็น
เรียน ผบ.ทบ. (ผ่าน รอง ผบ.ทบ.)
สิ่งที่ส่งมาด้วย ร่างระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการทำบันทึกความเห็น
พ.ศ.๒๕๐๗
๑. ปัญหา รอง เสธ.ทบ. กรุณาให้แนวความคิดในการปรับการทำบันทึกความเห็นของหน่วยต่าง
ๆ ใน ทบ. ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
๒. ข้อเท็จจริง สบ.ทบ.
ได้ปฏิบัติตามแนวความคิดของ รอง เสธ.ทบ.
โดย
๒.๑ ขั้นที่ ๑ : สบ.ทบ. ร่างเป็นระเบียบ ทบ. ขึ้น
๒.๒ ขั้นที่ ๒ : เสนอให้กรมฝ่ายเสนาธิการ
และกรมฝ่ายกิจการพิเศษร่วมพิจารณาก่อน
๒.๓ ขั้นที่ ๓ : เชิญผู้แทนกรมดังกล่าวแล้วประชุมพิจารณาถกแถลงร่วมกัน
๒.๔ ที่ประชุมมีความเห็นสอดคล้องตามร่างของ สบ.ทบ.
และได้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ในการแก้ไขและเพิ่มเติมร่างให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
๓. ข้อพิจารณา ระเบียบนี้ตั้งความมุ่งหมายให้
๓.๑ ใช้ร่วมกันได้ทุกสายงานและทุกระดับหน่วย
๓.๒ กำหนดเป็นแบบโดยให้มีหัวข้อเรียงลำดับตามแบบที่กำหนดไว้
หากข้อใดไม่จำเป็นจึงตัดออกเฉพาะครั้งคราวนั้น
๓.๓ หัวข้อที่กำหนดไว้นี้ เรียงลำดับตามเหตุและผล
กับมีการพิจารณาและวิเคราะห์เพื่อให้ได้ข้อยุติที่สมบูรณ์
๓.๔ ข้อความแต่ละข้อในบันทึกเสนอ ต้องกระทัดรัด ชัดเจน และสมบูรณ์
อันจะทำให้ง่ายและสะดวกแก่การตกลงใจและสั่งการปฏิบัติได้ทันที
ร่างนี้ได้ส่งให้กรมฝ่ายเสนาธิการและฝ่ายกิจการพิเศษร่วมพิจารณาก่อน
เสร็จแล้วจึงรวบรวมข้อคิดเห็นเข้าพิจารณาถกแถลงกันอย่างรอบคอบอีกครั้ง
โดยเชิญผู้แทนกรมดังกล่าวแล้วเข้าร่วมประชุม ทั้งยังได้ทดลองใช้อีก ๓ เดือนแล้ว
ส่วนใหญ่เห็นว่า ควรใช้เป็นระเบียบได้
ระเบียบนี้จึงน่าจะมีความสมบูรณ์พอที่หน่วยและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
จะใช้เป็นมาตรฐานในการทำบันทึกความเห็นได้เป็นอย่างดี
๔. ข้อเสนอ
๔.๑ เห็นสมควรประกาศใช้ระเบียบนี้ได้
๔.๒ กรุณาลงนามในระเบียบซึ่งแนบมาพร้อมนี้แล้ว
(ลงชื่อ) พล.ต.
ประชุม
สุวรรณกร
จก.สบ.ทบ.